วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สิ่งที่เราควรรู้ในอนาคต

การเปิดเสรีด้านการศึกษาในระดับภูมิภาคอาเซียน 

          การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี2558 นับเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วนของประเทศในวันนี้ ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาบุคลากรและผลิตภาพบุคลากรเพื่อรองรับการเปิดเสรีอาเซียน ซึ่งมี รศ.ดร.พัชราวลัย วงศ์บุญสิน อาจารย์ประจำวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นหัวหน้าโครงการ และคณะผู้วิจัยประกอบด้วยอาจารย์หลายท่านจากวิทยาลัยประชากรศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยในส่วนของผู้เขียนได้เน้นศึกษาการเปิดเสรีการศึกษาระดับอุดมศึกษา ร่วมกับ Dr Chantal Herberholz อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับโครงการวิจัยนี้ มีที่มาจากแนวคิดว่าการเปิดเสรีด้านการศึกษาจะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายองค์ความรู้ภาษา และวัฒนธรรม และจะมีผลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดังนั้นภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง หลายท่านคงทราบว่า บริการด้านการศึกษานับเป็นสาขาหนึ่งของการค้าบริการในบริบทของการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งการเปิดเสรีด้านการศึกษาของไทย จัดได้ว่าอยู่ในบริบทแวดล้อม 2 ระดับ ได้แก่ 1.ระดับพหุภาคี โดยอยู่ภายใต้ความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการ (General Agreement on Trade in Services : GATS)ขององค์การการค้าโลก หรือที่เรารู้จักกันในนาม WTO (World Trade Organization) 2.ระดับภูมิภาคอาเซียน โดยอยู่ภายใต้ความตกลงการค้าบริการของอาเซียน(ASEAN Framework Agreement on Services : AFAS) โดยการเปิดเสรีการค้าบริการในระดับภูมิภาคอาเซียน อิงหลักการตามความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการขององค์การการค้าโลก แต่เน้นให้เป็นไปในลักษณะที่กว้างและลึกกว่าที่ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ผูกพันไว้ภายใต้ความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าบริการขององค์การการค้าโลก ซึ่งการเปิดเสรีการค้าบริการของอาเซียน มีการจัดทำข้อผูกพันในด้านการเข้าสู่ตลาด (Market Access) และการปฏิบัติเยี่ยงคนชาติ(National Treatment) และมีรูปแบบการค้าบริการ 4 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบที่ 1 (Mode 1) ได้แก่ การให้บริการข้ามพรมแดน (Cross Border Supply) ยกตัวอย่างเช่น การที่ประเทศมาเลเซียสั่งซื้อโปรแกรมเพื่อการศึกษาจากประเทศสิงคโปร์ รูปแบบที่ 2 (Mode 2) ได้แก่ การบริโภคบริการในต่างประเทศ (Consumption Abroad) เช่น การที่นักศึกษาจากประเทศลาวเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศอินโดนีเซีย รูปแบบที่ 3 (Mode 3) ได้แก่ การจัดตั้งธุรกิจเพื่อให้บริการ(Commercial Presence) เช่น การที่มหาวิทยาลัยจากประเทศไทยไปตั้งสาขาที่ประเทศพม่า รูปแบบที่ 4 (Mode 4) ได้แก่ การเคลื่อนย้ายบุคลากร (Movement of Natural Persons) เช่น การที่ครูจากประเทศฟิลิปปินส์เดินทางไปสอนภาษาอังกฤษที่ประเทศเวียดนาม ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนมีลักษณะการเปิดเสรีด้านการศึกษาที่เป็นไปในรูปแบบเดียวกับกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก โดยมีการเปิดเสรีในระดับที่มากกว่าสำหรับรูปแบบการค้าบริการรูปแบบที่ 1 และ 2 เมื่อเทียบกับรูปแบบที่3 และ 4 โดยหลายประเทศมีข้อจำกัดสำหรับรูปแบบการค้าบริการรูปแบบที่ 3 และยังแทบจะไม่มีการเปิดเสรีในกรณีของรูปแบบที่ 4 ประเทศไทยมีระดับการเปิดเสรีด้านการศึกษามากน้อยเพียงใด คำตอบคือค่อนข้างมากค่ะ ประเทศไทยมีข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการศึกษาในทุกระดับการศึกษา และในหลายประเภทของการศึกษาในแต่ละระดับโดยจัดว่ามีจำนวนของระดับและประเภทของการศึกษาที่มีข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการศึกษามากกว่าประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา ประเทศไทยมีข้อผูกพันที่ครอบคลุมทุกประเภทของการศึกษาใน 2 ระดับนี้ ที่มา : อาจารย์ ดร.ปัทพร สุคนธมาน อาจารย์ประจำวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ่านต่อ: http://www.thai-aec.com/697#ixzz2Ka1nHR9Q

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น